Step to Start

\"TAB-step\"

[dt_divider style=\”wide\”/]

จุดเริ่มง่ายๆก่อนมาหาเรา

  1. ถามตัวเองและครอบครัวว่าพร้อมจะให้น้องเริ่มต้นเรียนเมื่อไหร่
  2. ถามตัวเองว่าจุดประสงค์ที่ไปนั้นมีเป้าหมายเพื่ออะไร
  3. ถามตัวเองว่าต้องการไปเรียนที่ไหน (รัฐไหน เพราะอะไร)
  4. ถามคนสปอนเซอร์ที่อาจจะเป็นคุณพ่อ คุณแม่ หรือ ครอบครัวว่า มีงบประมาณเท่าไหร่
  5. แล้วที่เหลือ ให้แวะมาถามเราแทนคะ เพราะว่าเราจัดคอร์สตามงบประมาณโดยเลือกสถาบันที่มีคุณภาพตรงตามความต้องการของคุณเป็นหลัก ด้วยความจริงใจในการให้บริการ

\”เราไม่ได้บอกแต่ด้านดี แต่เราชี้ให้คุณเห็นทั้งข้อดีและข้อลบก่อนให้คุณตัดสินใจ\”

Step to Start (FAQ Story)

เริ่มที่ตรงไหนละ จะไว้ใจใครให้แนะนำแนะแนวได้

เวลาน้องๆเลือกแล้วว่าจะไปเรียนต่างประเทศ แน่นอนว่าต่อมาที่น้องคิดคือ แล้วจะเริ่มที่ตรงไหนละ จะไว้ใจใครให้แนะนำแนะแนวได้ จุดเริ่มที่ทุกคนต้องก็มักจะไปตามล่าหาคนรู้จักไม่ว่าจะเป็นพี่ข้างบ้าน ที่สนิทกัน ญาติ เพื่อนที่ไปเรียนมาแล้ว และ บ้างคนอาจจะหาข้อมูลผ่านทางอินเตอร์เนทที่ตอนนี้ใครๆก็ทำได้ แล้วตรงไหนที่จะทำให้เชื่อมั่นละว่าเชื่อใจได้หรือ เปล่า ขอแนะนำแบบนี้คะ

คิดไว้ก่อนว่าตัวเองอยากเรียนด้านไหน เพราะว่าการไปเรียนต่างประเทศไม่ใช่ต้องมีเงินจ่ายค่าเรียนอย่างเดียวไม่พอนะคะ ต้องมีความแน่วแน่ในการตัดสินใจและเป้าหมายที่ชัดเจน เพราะว่าโอกาสและ เวลาแต่ละคนอาจจะมีมาไม่บ่อยครั้งนะคะ ดังนั้นสิ่งที่พี่แนะนำน้องๆที่ต้องการไปเรียนต่อในขั้นเบื้องต้นคือ พยายามคิดทนทวนความชอบของตัวเองว่าอาชีพไหนที่น้องต้องการเป็นในอนาคต อะไรที่น้องอยู่กับมันแล้วแสนสบายใจทำได้ไม่เบื่อตลอดชีพ แต่มันก็ยากอีกคะ จากประสบการ์ณในการแนะแนวคอร์สเรียนให้นักเรียนไทยทั้งที่อยู่ที่เมืองไทย และ ทั้งที่ได้ไปใช้ชีวิตที่ต่างประเทศแล้วเรียบร้อย เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น้องๆมึนมากสุดคะ เพราะว่าส่วนใหญ่ไม่แน่ใจอาจจะเป็นเพราะว่า เลือกเรียนตามๆเพื่อนมาหรือ คุณแม่คุณพ่ออยากให้เรียน หรือ บ้างพวกคือ อยากเอนท์ติดเลยเลือกอะไรก็ได้ที่คะแนนถึง แต่พอเรียนจบแล้วเคว้งเลยคะ เพราะทราบว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่ฉันชอบซะหน่อย

มาถึงตรงนี้ยังไม่ต้องท้อคะ การเลือกเรียนนั้นคอร์สที่เปิดสอนที่ต่างประเทศมีหลากหลายมากนะคะ สำหรับน้องๆที่เรียนจบอย่างนึงแล้วต้องการเริ่มเรียนสิ่งที่ตัวเองสนใจใหม่ซึ่งเป็นคอร์สระยะตั้งแต่ 6 เดือน –2ปี นั้นมีเยอะเลยคะ ที่ออสเตรเลีย

ว่าแล้วน้องก็งงว่าแล้วทำไมต้องออสเตรเลียละคะ ที่อื่นละไม่ดีหรือ

จริงๆแล้วการศึกษาต่อต่างประเทศที่ไหนก็มีข้อดีแตกต่างกันคะ แต่ว่าที่พี่มั่นใจแนะนำออสเตรเลียเพราะว่าเป็นประเทศที่มีการเสนอโอกาสต่างๆให้น้องๆอาทิ

[toggle title=\”ใครกำลังสับสนว่าจะไปเรียนที่ประเทศไหน ถ้าสนใจออสเตรเลียหรือ กำลังหาข้อมูลอยู่ลองอ่านดูถึงโอกาสที่พี่สรุปแบบย่อมาให้นะคะ\”]

  1. สำหรับวีซ่านักเรียนนั้น ผู้ที่ถือวีซ่านักเรียนนั้นจะได้รับการอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฏหมายให้สามารถทำงานได้ 40ชั่วโมงต่อ 2สัปดาห์นะคะ จะไปเรียนภาษาอังกฤษอย่างเดียวหรือ จะไปเรียนคอร์สที่ยาวขึ้นเพื่อต้องการเริ่มเรียนในส่งที่ตัวเองอยากเรียนเช่นคนจบมนุษย์ศาสตร์ จบแล้วรู้สึกว่าด้วยงานสายที่ตัวเองจบดูไม่เหมาะ หรือ ได้ลองสมัครงานแล้วรู้สึกห่อเหี่ยวใจว่างานหายากจังรู้งี้ไปเรียนบริหารธุรกิจซะเลยจะได้หางานง่ายหน่อย และ เพิ่มขึ้นอีกนิดคือ อยากเรียนในหลักสูตรภาษาอังกฤษด้วยกลับมาจะได้ speak English เปิดโอกาสให้ตัวเองในตลาดแรงงานชั้นดีและ เตรียมตอนรับประชาคมอาเซียนละก็ต้องหันมามองออสเตรเลียซะหน่อยแล้วคะ เพราะว่าช่วงที่เรียนนั้นถ้าอยากจะลองประสบการ์ณการทำงานในต่างแดนเพื่อฝึกความอดทนละก็ลองดูคะ
  2. แต่สำหรับน้องๆคนที่มองหาโอกาสที่สูงกว่านั้นคือ ไหนๆจะอยากเรียนจบตรี หรือ โทที่ต่างประเทศซักใบแล้วอยากได้โอกาสว่าเมื่อเรียนจบแล้วอยากลองหาโอกาสหางานทางด้านที่ตัวเองเรียนจบเพื่อที่จะได้มีประสบการ์ณในการทำงานแบบงานประจำทางด้านที่ตัวจบมาเพื่อเพิ่มความน่าดึงดูดใจในใบResume /CVของตัวแล้วละก็ ประเทศออสเตรเลียมีนโยบายแจ่มๆคือ ผู้ถือวีซ่านักเรียนที่ลงเรียนระดับ ป.ตรี และ ป.โทและป.เอก นั้นถ้าลงคอร์สที่ยาวกว่า 2ปี ซึ่งส่วนใหญ่ก็เกินอยู่แล้วยกเว้น ป.โทอาจจะมีคอร์ส 1ปีม 1.5ปี บ้าง เมื่อเรียนจบคอร์สที่มีระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 2ปี แล้วก็สามารถมีโอกาสยื่นpost study คือ วีซ่าที่จะให้โอกาสให้น้องๆมีโอกาส 2 ปี หลังเรียนจบเพื่อหางาน ทางด้านที่ตัวเองจบมา หรือ จะทำงานใดๆที่น้องอยากทำได้แบบเต็มๆ ไม่มี limit (ข้อจำกัดของชั่วโมงทำงานนะคะ) ซึ่งตอนนี้ก็มีออสเตรเลียเป็นที่เดียวในโลกที่มีนโยบายแบบนี้นะคะ
  3. ประเทศออสเตรเลียนั้นเป็นประเทศที่มีความรับผิดชอบในการดูแลคุณภาพของสถาบันการศึกษาที่เปิดสอนนักเรียนต่างชาติสำหรับวีซ่านักเรียนอย่างเคร่งครัด เรียกว่า คุณภาพคับแก้วกันเลยคะ มีการตรวจเช็คสถาบันที่เปิดสอนสำหรับนักเรียนต่างชาติตลอด และ มีการออกนโยบายที่เข้ามาดูแลเรื่องการทำเงินคืนนักเรียนต่างชาติแบบจริงจังคะ ในกรณีที่น้องๆที่วีซ่าไม่ผ่านนั้น ทางโรงเรียนต้องคืนเงินค่าเรียนทั้งหมดให้นักเรียนภายใน 1 เดือนนะคะ ตอนนี้ทางรัฐบาลออสเตรเลียจัดเต็มคือ ทางโรงเรียนต้องโอนเงินเข้าไปในบัญชีกลางที่จัดตั้งมาเพื่อควบคุมหากวีซ่านักเรียนคนนั้นๆไม่ผ่านก็ต้องโอนคืนนักเรียนโดยตรงกันอย่างเดียวเลยคะ จะหักได้แค่ค่าสมัครเรียนเท่านั้นคะ
  4. ประเทศอะไรที่จะมีความหลากหลายทางด้านเชื้อชาติขนาดนี้คะ ความหลากหลายทางด้านเชื้อชาตินำมาซึ่งจุดหลักในนโยบายการปกครองประเทศของออสเตรเลียคะคือ ความเคารพในสิทธิเสรีภาพและความเสมอภาคของผู้คน
  5. มาดูเรื่องการเดินทางนะคะ บินกัน 6-9 ชั่วโมงก็ถึงเรียบร้อยคะ ขึ้นอยู่กับว่าจะไปรัฐไหนๆใกล้สุดคนไทยน้อยมากก็ที่ Perth, เมืองแสงสีพลุกพล่านหางานpart-timeง่ายหน่อยต้อง Sydney , แต่ถ้าอยากอยู่แบบสบายๆในบรรยากาศModern นั้นต้องนี้เลยคะ Melbourne เมืองที่คนทั้งโลกลงความเห็นว่าน่าอยู่ที่สุดในโลก แต่ถ้าชอบอยู่แบบเย็นๆมากๆหน่อยในบรรยากาศคนไทยน้อยมากหน่อยแต่ธรรมชาติงามแต๊ๆนี่ต้องไป Tasmania  หรือ เป็นคนชอบบรรยากาศลุยๆหน่อยแล้วชอบแบบอนุรักษ์นิยม แถมอากาศแบบบ้านเราไปอยู่ Darwin  แต่ถ้ารักทะเลและบรรยากาศต่างอากาศแบบ life style สบายๆต้องไป Gold coast  แต่ถ้ารักความสบายแบบเดินทางสั้นๆอากาศไม่หนาวมากทั้งปี ไป Brisbane ดีกว่าคะ หรือ ถ้ารักการดำน้ำเป็นชีวิตจิตใจพลาดไม่ได้นะคะที่เมือง Cairns ชายฝั่งที่มีแนวปะการังที่ยาวที่สุดในโลก ขนาดมองเห็นจากนอกโลกเลยนะคะ
  6. ระบบคมนาคมขนส่งแจ่มใจสมเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วเรียกว่ามีเวลาระบุขึ้นรถประจำทางเป็นนาทีแถมมาตรงเวลาด้วยนะคะ เรียกว่าก่อนไปน้องๆก็สามารถเรียนรู้วิธีการเดินทางได้ก่อนไปเพราะว่าแต่ละรัฐจะมีwebsite สำหรับวางแผนการเดินทางให้คะ ใช้ง่ายสะดวกสบาย
  7. ความปลอดภัยเป็นเลิศคะ เพราะว่ากฏหมายของออสเตรเลียนั้นรุนแรงและ ให้การปกป้องคุ้มครองสิทธิอย่างเต็มที่เลยคะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็อยากจะให้น้องๆที่จะไปต้องรู้จักใช้ชีวิตแบบไม่ประมาทด้วยจะดีที่สุดเลยคะ

[/toggle]

ต่อมาหลังจากรู้ว่าจะไปเรียนอะไรแล้ว ประเทศไหนแล้วจะมั่นใจเลือกใครให้เป็นคนดูแลเราทั้งเรื่องเลือกคอร์ส สมัครเรียน ยื่นวีซ่านักเรียน และ เตรียมตัวให้เราพร้อมก่อนบิน

[toggle title=\”แนะนำวิธีเลือกผู้ให้คำปรึกษาสำหรับศึกษาต่อประเทศออสเตรเลีย\”]

  1. หาคนที่มีความรู้จริงและ จริงใจในการแนะนำคะ อันนี้สำคัญสุด แต่ดูยากสุด เพราะว่าหนูไม่เคยไปจะรู้ได้ไงว่าเค้ารู้จริงเปล่า พี่แนะนำแบบนี้คะ มันมีวิธีง่ายๆในการดูเพิ่มคือ ดูจากการที่เค้าผ่านการสอบว่าเป็นQEACหรือ ๆQUALIFIED EDUCATION AGENT COUNSELLOR คะ สำหรับประเทศออสเตรเลีย ถ้ามีก็อยู่ในWEBSITE เค้าแหละคะ ตัวนี้ถ้าบอกได้ว่าเค้าได้ผ่านการทดสอบมาแล้วระดับนึง
  2. ประสบการ์ณของผู้แนะนำจะเป็นตัวช่วยของน้องๆได้ในอนาคตนะคะ ควรเลือกคนที่นอกจากผ่านการใช้ชีวิตนักเรียนแล้วยังเคยเป็นผู้แนะแนวให้น้องๆที่ต่างประเทศอีกด้วยอันนี้จะทำให้การบอกของพี่ๆเหล่านี้จะได้สร้างความเข้าใจและ ทำให้น้องระวังปกป้องน้องไว้ก่อนระดับนึงคะ เพราะนักเรียนหลายคนกว่าจะรู้ก็สายไปแล้วเช่น บ้างที่ไม่มีการอธิบายเงื่อนไขวีซ่า แล้วเกิดอะไรขึ้นคะ ก็นักเรียนไปคุยแล้วก็เชื่อเพื่อนๆเพราะเข้าใจผิด เลยขาดเรียนโดยไม่มีใบรับรองแพทย์ หรือ หนักหน่อยอยู่เกินวีซ่าโดยไม่รู้ตัว งานงอกเลยคะ น้องกลายเป็นอยู่ในรายชื่อบัญชีดำที่ฝ่าฝืนกฏหมาย ไม่สามารถยื่นขอวีซ่าได้ภายใน3ปี ยกเว้นมีเหตุผลที่ได้รับการยกเว้นซึ่งน้อยมากที่จะได้รับคะ ทางที่ดีควรหาคนที่มีประสบการ์ณจริงๆที่เชี่ยวชาญเฉพาะประเทศไปเลยคะ เพื่อดูแลเรา
  3. เรื่องการเตรียมตัวยื่นวีซ่านักเรียนหรือ วีซ่าท่องเที่ยวนั้น ถ้าไม่ได้ทำประเทศออสเตรเลียเป็นหลักอะหนักเลยคะ น้องเพราะว่ากฏหมายของออสเตรเลียเปลี่ยนซะเรื่อยเพื่อคัดเลือกคนที่มีความตั้งใจจริงไปเรียนเท่านั้นเลยคะ ที่พี่เคยเจอคือ น้องบ้างคนมีความตั้งใจแต่ดันไปรับบริการจากคนที่ไม่เชี่ยวชาญกลายเป็นขาดการเตรียมตัวในกลายเป็นวีซ่าไม่ผ่านซะง่ายๆเลยคะ การยื่นวีซ่าต่างๆนั้นของแต่ละประเทศก็จะมีวิธี ขั้นตอน และ เอกสารและ วิธีการต่างกัน ต้องเลือกใช้คนที่มีความเชี่ยวชาญ

[/toggle]

[accordion items=\”เอเจนท์ได้รายได้จากใคร| เหตุใดโรงเรียนภาษา สถาบันและ มหาวิทยาลัยต้องมีเอเจนท์เป็นตัวแทนในการดูแลนักเรียน| มาตรฐานการันตีความรู้ดูจากไหน\” title=\”ขออธิบายถึงเรื่องคำว่าเอเจนท์ที่คนส่วนใหญ่เมื่อได้ยินจะให้ความรู้สึกด้านลบมากกว่าบวก\”] [acc_item title=\”เอเจนท์ได้รายได้จากใคร\”] เพราะคิดว่าจะต้องมาคิดเงินเราเพิ่มแบบจัดเต็มแน่ๆเลย ตามหลักแล้วขออธิบายง่ายๆแบบนี้คะ ว่า เอเจนท์นั้นเป็นตัวแทนโรงเรียน , มหาวิทยาลัย และ สถาบันศึกษานั้นๆ จริงแล้วตามหลักแล้วเอเจนท์ก็คือ ตัวแทนโรงเรียน วิทยาลัย และ มหาวิทยาลัยอย่างเป็นทางการเองคะ ซึ่งสิ่งที่เอเจนท์จะได้นั้นเป็นส่วนที่โรงเรียน วิทยาลัยและ มหาวิทยาลัย เป็นผู้ให้นะคะ และ จะไม่เก็บเงินเพิ่มกับนักเรียนนะคะ เรียกว่าบริการนักเรียนโดยที่นักเรียนไม่เสียอะไรนะคะ ไม่ว่าสมัครกับเอเจนท์ หรือ สมัครตรงกับทางโรงเรียน มหาวิทยาลัย ก็เสียค่าใช้จ่ายเท่ากันคะ [/acc_item] [acc_item title=\” เหตุใดโรงเรียนภาษา สถาบันและ มหาวิทยาลัยต้องมีเอเจนท์เป็นตัวแทนในการดูแลนักเรียน\”] เ เหตุผลที่โรงเรียน วิทยาลัย และ มหาวิทยาลัยต่างๆจำเป็นต้องให้เงินเอเจนท์ละคะ ก็เพราะว่านอกจากเราแนะนำคอร์สให้นักเรียนแล้วเรายังให้บริการยื่นวีซ่าฟรีสำหรับนักเรียนที่ลงเรียนกับเราฟรีด้วยอะซิคะ ซึ่งแน่นอนว่าโอกาสที่มหาวิทยาลัยหรือ โรงเรียนภาษาจะมายื่นวีซ่าให้นักเรียนนั้นยากมากคะ แถมแต่ละประเทศ(เชื้อชาติของนักเรียนแต่ละชาตินั้น)ความยากง่ายของการเตรียมเอกสารในการยื่นก็ยังต่างกันมาก ดังนั้นการทางสถาบันจึงมีเอเจนท์หรือ ตัวแทนเพื่ออำนวยความสะดวกให้นักเรียนคะ [/acc_item] [acc_item title=\” มาตรฐานการันตีความรู้ดูจากไหน\”] นอกจากนั้นสำหรับออสเตรเลียนะคะ คนเป็นผู้แนะนำคอร์สเรียนที่ได้รับการยอมรับต้องผ่านการทดสอบของหน่วยงานกลางของออสเตรเลียนะคะ เราเรียนคนที่ผ่านการทดสอบว่า Qualified agent คะ ซึ่งน้องๆไม่ต้องมองหาไกลคะ อยู่ที่นี่แล้ว 2 คนคะ คือ พี่แตง และ พี่ฉั่งคะ [/acc_item] [/accordion]

 

 

เหตุผลที่ต้องเลือก Start Education Centre

[text_box class=\”green\”]

ในการแนะนำคอร์สเรียนต่างๆนั้น สิ่งที่สำคัญคือ ความจริงใจในการให้ข้อมูล เพราะสำหรับเราที่เคยผ่านการไปศึกษาต่อต่างประเทศและได้ใช้ชีวิตจริงที่นั่นเราพบว่าความจริงหรือ ประสบการ์ณจริงนั้น จะทำให้นักเรียนเตรียมตัวเพื่อจะได้ ปรับตัว และ เตรียมใจให้เข้มแข็งก่อนจะข้ามน้ำข้ามทะเลเพื่อไปศึกษาต่อต่างประเทศ และ ที่สำคัญผู้เชี่ยวชาญจะทำให้ คุณประหยัดทั้งเวลาและเงินในการไปสู่จุดมุ่งหมายสูงสุดตามที่คุณตั้งความเป้าหมายไว้

การเลือกคนที่จะให้คำปรึกษาสิ่งที่จำเป็นที่สุด คือ ประสบการ์ณในการดูแล โดยผู้ได้ผ่านการทดสอบและมีใบรับรองว่าผ่านหลักสูตรสำหรับการเป็นตัวแทนในการสมัครเรียนและ ดูแลนักเรียนต่างชาติแล้ว นอกจากนั้นผู้ที่มีประสบการ์ณจริงในการศึกษาต่อและ ใช้ชีวิตจะได้สามารถแนะนำคุณได้อย่างครอบคลุม ให้คุณเห็นทั้งแง่ดี และ แง่ลบที่อาจจะเกิดขึ้น และ คนที่เคยไปเป็นเอเจนท์ที่ออสเตรเลียข้อดีก็คือ เราปิดช่องของปัญหาที่จะเกิดก่อนน้องจะประสบ และ หากน้องประสบปัญหาจริงๆ เราก็พร้อมจะแนะนำวิธีการหรือขั้นตอนในการดำเนินแก้ไข ได้อย่างมืออาชีพ

[/text_box]

 

[dt_divider style=\”wide\”/]

 

Service

\"TAB-service\"
[dt_divider style=\”wide\”/]

  1. ให้คำปรึกษาเลือกคอร์สเรียน, สมัครเรียน โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่ม โดยมีนโยบายว่าเราแนะนำคอร์สต่างๆตามเป้าหมายที่คุณตั้งไว้และตามงบประมาณที่คุณมี ตั้งแต่ก่อนจ่ายเงิน และเมื่อจ่ายแล้วดูแลให้คำปรึกษาจนกว่าจะจบคอร์สที่ลงเรียนกับเรา
    • หลักสูตรเรียนภาษาระยะสั้นช่วงปิดภาคเรียน
    • หลักสูตรเรียนภาษาอังกฤษทั่วไป เพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสาร
    • หลักสูตรเรียนภาษาอังกฤษสำหรับเตรียมตัวเข้าเรียนระดับมัธยม
    • หลักสูตรเรียนภาษาอังกฤษสำหรับเตรียมตัวเข้าเรียนมหาวิทยาลัย
    • หลักสูตรเรียนภาษาอังกฤษสำหรับผู้ต้องการเรียนภาษาเฉพาะทางเช่น นักกฏหมาย, อังกฤษธุรกิจ และ   ภาษาอังกฤษสำหรับคนที่ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สองเพื่อใช้ในการสอน เป็นต้น
    • หลักสูตรมัธยมต้น (Year 7-10)และ มัธยมปลาย(Year 11-12)
    • หลักสูตรระดับอนุปริญญาตรี เรียนเกี่ยวกับความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน (Diploma VET)เน้นเรียนเพื่อปฏิบัติ
    • หลักสูตรเรียนปรับพื้นฐานก่อนเข้าเรียนปริญญาตรีในของมหาวิทยาลัยชื่อดัง (Foundation)
    • หลักสูตรอนุปริญญาตรีเทียบเท่าปริญญาตรี ปี แรกเรียนในมหาวิทยาลัย และ สามารถเข้าเรียนต่อ ชั้นปีสองในมหาวิทยาลัยนั้นๆได้เลย (Diploma Higher)
    •   หลักสูตรปริญญาโททุกสาขา
    • หลักสูตรปริญญาเอก เช่น ปริญญาเอกด้านพยาบาล และ อื่นๆ

     

  2. บริการให้คำปรึกษายื่นวีซ่านักเรียน, ติดตามนักเรียน
  3. บริการให้คำปรึกษายื่นวีซ่าท่องเที่ยว และ วีซ่าธุรกิจระยะสั้น
  4. บริการจองที่พักในระบบ Homestay สำหรับนักเรียนที่สมัครเรียนกับเรา
  5. บริการจองตั๋วเครื่องบินราคานักเรียน และ ตั๋วนักท่องเที่ยวทั่วไป ในราคาเป็นกันเอง
  6. บริการจองAirport Pick up สำหรับนักเรียนที่ลงเรียนกับเราเท่านั้น
  7. บริการจัดโปรแกรมดูงานต่างๆตามความต้องการ
  8. บริการจัดโปรแกรมเรียนภาษาอังกฤษระยะสั้นภาคปิดเทอมใหญ่
  9. บริการแปลเอกสารโดยผู้เชี่ยวชาญ